รู้จักโรคต้อของดวงตา ต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อหิน ต่างกันอย่างไร
ต้อกระจกคือเลนส์แก้วตาขุ่น ทำให้ภาพพร่ามัวและรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ ต้อหินคือภาวะที่ขั้วประสาทตาถูกทำลายจนลานสายตาแคบลงและการมองเห็นที่เสียไปจะไม่กลับคืน ต้อลมคือแผ่นนูนสีเหลืองบนตาขาวจากการโดนแดดลมฝุ่น ส่วนต้อเนื้อคือเนื้อเยื่อที่งอกลุกลามเข้าไปบนตาดำ ทั้งหมดควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
ต้อกระจก (Cataracts)
เกิดที่เลนส์แก้วตา ซึ่งปกติใสแล้วค่อย ๆ ขุ่นขาวขึ้นตามวัย ทำให้มองเห็นเหมือนมีหมอกบัง สู้แสงจ้าไม่ได้ และอาจเห็นภาพซ้อนในตาข้างเดียว
รักษาได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตา ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ทำกันทั่วไปในปัจจุบัน
ต้อหิน (Glaucoma)
เกิดที่ขั้วประสาทตา มักเกี่ยวข้องกับความดันภายในลูกตา ระยะแรกแทบไม่มีอาการ จึงถูกเรียกว่าภัยเงียบของดวงตา
ลานสายตาจะค่อย ๆ แคบลงจากด้านข้างเข้ามา และการมองเห็นที่เสียไปแล้วจะไม่กลับคืนมา การตรวจตาประจำปีจึงสำคัญที่สุด
ดูแลดวงตาด้วย ดีคอนแทค เอ็กซ์
สารสกัดจากธรรมชาติ 7 ชนิดในเม็ดเดียว ทานง่ายวันละ 2 เม็ด มีเลข อย. กำกับทุกกล่อง
ต้อลม (Pinguecula)
เป็นแผ่นหรือตุ่มนูนสีขาวเหลืองบนเยื่อบุตาขาว เกิดจากการโดนแดด ลม และฝุ่นเป็นเวลานาน
ส่วนใหญ่ไม่กระทบการมองเห็น แต่ทำให้ตาแดงและแสบเคืองเป็นครั้งคราว
ต้อเนื้อ (Pterygium)
เป็นแผ่นเนื้อเยื่อที่งอกจากหัวตาหรือหางตาลุกลามเข้าไปบนกระจกตา พบมากในผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง
ถ้าลามเข้าใกล้กลางตาดำ อาจทำให้สายตาเอียงและมองไม่ชัด แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดลอกออก
ต้อชนิดอื่นและภาวะใกล้เคียง
ยังมีภาวะอื่นที่คนมักเรียกรวมกันไปด้วย เช่น ต้อตาอักเสบจากการติดเชื้อหรือภูมิแพ้ และวุ้นตาเสื่อมที่ทำให้เห็นจุดดำลอย
ทั้งหมดนี้แยกจากกันด้วยการตรวจตาเท่านั้น การเดาเองจากอาการอาจทำให้ปล่อยภาวะที่อันตรายกว่าไว้นานเกินไป
สิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน
ใส่แว่นกันแดดกันยูวีเมื่อออกกลางแจ้ง ใส่แว่นกันลมเมื่อขี่มอเตอร์ไซค์
ควบคุมเบาหวานและความดัน งดสูบบุหรี่ และพักสายตาเป็นช่วง ๆ
ทานผักผลไม้สีเข้มให้หลากหลาย และตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง
บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล