5 วิธีดูแลดวงตา ถนอมสายตาให้ใช้งานได้นาน
วิธีดูแลดวงตาที่ทำได้ทุกวันมี 5 ข้อ คือ พักสายตาด้วยกฎ 20-20-20, จัดแสงให้พอเหมาะไม่จ้าและไม่มืดเกินไป, ทานอาหารบำรุงสายตาโดยเน้นผักใบเขียว ผลไม้สีส้ม ปลา และถั่ว, ใช้น้ำตาเทียมเมื่อรู้สึกแห้งเคือง และนอนหลับให้ได้ 6–8 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งห้าข้อนี้ช่วยลดอาการตาล้าและตาแห้งที่เกิดจากการใช้สายตาหนักได้
1. พักสายตาเป็นประจำด้วยกฎ 20-20-20
ทุก ๆ 20 นาทีที่จ้องหน้าจอ ให้ละสายตาไปมองไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อที่ใช้เพ่งได้คลายตัว
ระหว่างพัก ให้กะพริบตาช้า ๆ สัก 10 ครั้ง เพราะเวลาจ้องจอเรากะพริบตาน้อยลงมาก จนน้ำตาที่เคลือบผิวตาระเหยเร็วกว่าปกติ
2. จัดแสงให้เหมาะสม
แสงที่สว่างจ้าเกินไปทำให้ตาล้า ส่วนแสงที่มืดเกินไปทำให้ต้องเพ่งมากขึ้น ทั้งสองแบบทำให้ปวดตาได้พอกัน
ปรับความสว่างหน้าจอให้ใกล้เคียงกับแสงในห้อง และจัดตำแหน่งจอไม่ให้มีแสงสะท้อนจากหน้าต่างหรือหลอดไฟ
ดูแลดวงตาด้วย ดีคอนแทค เอ็กซ์
สารสกัดจากธรรมชาติ 7 ชนิดในเม็ดเดียว ทานง่ายวันละ 2 เม็ด มีเลข อย. กำกับทุกกล่อง
3. ทานอาหารบำรุงสายตา
เน้นผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม คะน้า บรอกโคลี ซึ่งเป็นแหล่งของลูทีนและซีแซนทีน
เพิ่มผลไม้สีส้มเหลืองอย่างแครอท ฟักทอง มะละกอ ที่ให้เบต้าแคโรทีน และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ให้แอนโทไซยานิน
ปลาทะเลและถั่วต่าง ๆ ให้กรดไขมันและวิตามินอีที่ร่างกายใช้ในการดูแลเซลล์ตามปกติ
4. ใช้น้ำตาเทียมเมื่อจำเป็น
ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์ทั้งวันหรือขับรถเป็นประจำ มักมีอาการตาแห้งโดยไม่รู้ตัว น้ำตาเทียมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองได้
หลีกเลี่ยงการซื้อยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์มาใช้เองต่อเนื่อง เพราะมีผลต่อความดันในลูกตา
5. นอนหลับให้เพียงพอ
การนอน 6–8 ชั่วโมงต่อวันคือช่วงที่ดวงตาได้พักจริง ๆ ผู้ที่นอนน้อยมักตื่นมาพร้อมอาการตาแห้ง แสบตา และตาบวม
ก่อนนอนควรลดการใช้มือถือในที่มืด เพราะทำให้ดวงตาต้องปรับตัวกับความต่างของแสงตลอดเวลา
ตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง
โรคทางตาหลายอย่าง เช่น ต้อหิน แทบไม่มีอาการเตือนในระยะแรก การตรวจกับแพทย์เป็นประจำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรู้ให้ทัน
ผู้ที่อายุเกิน 40 ปี มีเบาหวาน หรือมีคนในครอบครัวเป็นต้อหิน ควรตรวจให้ถี่ขึ้นตามที่แพทย์แนะนำ
บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล